สสค.ชี้ปฏิรูปหลักสูตรต้องสร้างทักษะไม่ยัดเยียดเนื้อหา

พฤษภาคม 08, 2013, 10:25:09 AM โดย chong
0
620



สสค.ระดมสมองวางแนวทางปฏิรูปหลักสูตรในกลุ่มสาระการดำรงชีวิตและโลกของงาน เผยหลายชาติปฏิรูปสำเร็จเพราะมุ่งสร้างทักษะให้ผู้เรียนไม่ใช่ยัดเยียดแต่เนื้อหา
วันนี้(7พ.ค.) น.พ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ได้มอบให้สสค.รับผิดชอบการปฏิรูปหลักสูตรในกลุ่มสาระการดำรงชีวิตและโลกของงานนั้น เมื่อเร็วๆนี้ สสค.ได้จัดประชุมปฏิบัติการแนวทางปฏิรูปหลักสูตรกลุ่มสาระดังกล่าว ซึ่งมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะชีวิตของเยาวชน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เครือข่ายการศึกษาทางเลือก ภาคเอกชนที่ร่วมจัดการศึกษา ผู้ปกครองและกลุ่มเยาวชนเข้าร่วมกว่า 50 คน ซึ่งผลจากการประชุมจะมีการยกร่างหลักสูตรให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ อาทิ รูปแบบการแบ่งช่วงชั้น จากเดิมแบ่งเป็นประถมต้น (ป.1-ป.3) ประถมปลาย (ป.4-ป.6) มัธยมต้น (ม.1-ม.3) และมัธยมปลาย/ปวช. (ม.4-ม.6) จะเปลี่ยนเป็น ป.1-ป.2 จะเป็นการเรียนรู้ทักษะโดยรวม  และปรับชั่วโมงการเรียนจากเดิม 1,200 ชั่วโมง เป็น 800-900 ชั่วโมง ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของต่างประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์การเรียนสูง โดยชั่วโมงการเรียนในกลุ่มทักษะชีวิตและโลกของงานจะอยู่ที่ 120 ชั่วโมง หรือ 15% ของหลักสูตรการสอน เป็นต้น
                ศ.ดร.สุมาลี ตั้งประดับกุล กรรมการปฏิรูปหลักสูตรฯ กล่าวว่า เหตุที่ต้องมีการปฏิรูปหลักสูตรเพราะพบว่าเด็กคิดไม่เป็น ยิ่งเรียนยิ่งมีปัญหา เพราะวิธีการสอนเราเน้นที่เนื้อหามากกว่าการสร้างทักษะเพื่อต่อยอดการเรียนรู้ แม้การให้สาระความรู้จะมีความสำคัญ แต่จะทำอย่างไรให้เด็กสามารถนำความรู้นั้นไปต่อยอดได้ เด็กจึงต้องถูกบ่มเพาะเพื่อปูพื้นฐานตั้งแต่เล็ก ดังนั้นช่วงประถม 1-6 จึงมีความสำคัญในการปลูกฝังกระบวนความคิด เพื่อให้ช่วงมัธยมจะได้มุ่งสู่การค้นคว้าการเรียนรู้ ซึ่งอนาคตรูปแบบการสอนของครูจะไม่ทำเป็นคู่มือครูเหมือนเดิม เพราะเป็นคู่มือที่ครอบงำเด็ก ซึ่งครูไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แต่ต้องมีระบบที่ทำให้ครูเข้าใจร่วมกันกับเด็ก
              น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงศ์ นักวิชาการ สสค. กล่าวว่า องค์การยูนิเซฟได้ประมวลรูปแบบการปฏิรูปหลักสูตรในหลายประเทศ พบว่ามีจุดร่วมกันที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1.มีเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจนว่าต้องการพัฒนาเด็กให้โตขึ้นแบบไหน เช่น สก๊อตแลนด์อยากให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจ ก็จะออกแบบหลักสูตรให้เป็นตามนั้น 2.มีการปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และเวียดนามจะปฏิรูปหลักสูตรทุก 3-5 ปี และ 3.หลักสูตรปัจจุบันจะเน้นการสร้างทักษะมากกว่ายัดเยียดเนื้อหา

ที่มา http://www.dailynews.co.th




ยังไม่มีความคิดเห็น